วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 07:06 น.

มัสยิดคอลิดีน

มัสยิดคอลิดีน

ทะเบียนเลขที่ ธ.7 วันที่จดทะเบียน 19 กันยายน 2492
บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ -
หมู่บ้าน/ชุมชน - ซอย ประชาอุทิศ 54 แยก 17
ถนน ประชาอุทิศ แขวง ทุ่งครุ
เขต ทุ่งครุ จังหวัด กรุงเทพมหานคร
รหัสไปรษณีย์ 10140 เขตรับผิดชอบ มัสยิดเขต 6

ประวัติความเป็นมาของ มัสยิดคอลิดีน


ชุมชนคอลิดีนเกิดจากการขยายตัวของกลุ่มชนมุสลิมเชื้อสายมลายูที่อพยพมาอยู่รวมกัน ณ บ้านปากลัด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ในอดีตคนในย่านชุมชนคอลิดีน จะต้องเดินเท้าหรือพายเรือเพื่อไปละหมาดญุมุอะห์ หรือละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดดารอสอาดะห์ ปากลัด พระประแดง ต่อมาเมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น กอปรกับความไม่สะดวกในการเดินทางเพราะมีระยะทางที่ห่างไกล  เหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนจึงมีแนวคิดที่จะก่อสร้างมัสยิดขึ้น เพื่อปฏิบัติละหมาดฟัรฎู 5  เวลา และละหมาดญุมุอะห์ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันก่อตั้งมัสยิดคอลิดีนขึ้น โดยการนำของตวนฮัจยีชะลอ (อับดุลเลาะห์) ศรีสุวรรณฑา เราะฮิมะฮุลเลาะห์ โดยรวบรวมทุนทรัพย์ของสมาชิกในชุมชนเพื่อซื้อบ้านเรือนไทยทรงปั้นหยา 2 ชั้น มาสร้างเป็นมัสยิด ในราคาประมาณหลักหมื่น โดยมีตวนฮัจยีวาฮับ บินฮาซัน เราะฮิมะฮุลเลาะห์ หรือแชร์เลาะห์บ้านแดงเป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักพร้อมทั้งวากาฟที่ดินเพื่อการก่อสร้างมัสยิด จำนวน 5 ไร่ มัสยิดหลังดังกล่าวได้เริ่มละหมาดตั้งแต่สมัยแชร์โต๊ะมะห์ (แชร์อ้วน) เราะฮิมะฮุลเลาะห์ บิดาอิหม่ามอรุณ (ฮารูณ) นุชมี เราะฮิมะฮุลเลาะห์ เป็นคนนำละหมาด เมื่อประมาณ 70 กว่าปีที่ผ่านมา หรือประมาณปีพุทธศักราช 2485 และจัดให้มีการละหมาดญุมุอะห์ขึ้นด้วย ซึ่งขณะนั้นมีผู้ร่วมละหมาดประมาณ 40 คน วันไหนจำนวนผู้มาละหมาดไม่ครบ 40 คน ก็จะละหมาดดุฮ์รี่หลังละหมาดญุมุอะห์ด้วย เป็นการเผื่อไว้ โดยผู้ขอใบอนุญาตและเป็นอิหม่ามอย่างเป็นทางการคนแรกคือตวนฮัจยีวาฮับ บินฮาซัน หรือแชร์เลาะห์บ้านแดงนั่นเอง หลังจากนั้นได้จดทะเบียนมัสยิดเป็นนิติบุคคลในปีพุทธศักราช 2492

หลังจากที่ได้ใช้เรือนปั้นหยาเป็นสถานที่ละหมาดอยู่ระยะหนึ่ง ได้เกิดแนวคิดที่จะสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้นเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ซึ่งขณะนั้นเงินที่จะใช้ในการก่อสร้างก็ยังไม่มี แต่หลังจากที่ตวนฮัจยีวาฮับจัดสรรที่ดินส่วนตัวขายได้เงินจำนวนหนึ่ง การดำเนินการก่อสร้างจึงเริ่มต้นขึ้น โดยตวนฮัจยีวาฮับ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญส่วนที่เหลือคนบริเวณรอบ ๆ ก็ช่วยให้การสนับสนุนบ้างคนละเล็กคนละน้อยตามความสามารถของแต่ละคน ใช้เวลาในการดำเนินการก่อสร้างอยู่ประมาณ 1 ปีเต็ม อาคารมัสยิดจึงแล้วเสร็จ

ส่วนบ้านเรือนไทยทรงปั้นหยาซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ละหมาด ได้ถูกนำมาใช้เป็นโรงเรียนสามัญอยู่ระยะหนึ่ง โดยมีบังฟา ซึ่งเป็นบุตรชายของตวนฮัจยีวาฮับ เป็นครูผู้สอน และในเวลาเดียวกันก็ใช้เป็นโรงเรียนสอนอัลกุรอานในช่วงเย็น ส่วนโรงเรียนสามัญนั้นเปิดทำการเรียนการสอนอยู่ระยะหนึ่งจากนั้นจึงได้ปิดตัวลงด้วยสาเหตุใดไม่ปรากฏ แต่บ้านหลังดังกล่าวยังคงใช้เป็นโรงเรียนสอนอัลกุรอานอยู่อย่างต่อเนื่อง 

เมื่อตวนฮัจยีวาฮับ ป่วยลง ได้มอบหมายให้ตวนฮัจยีอับดุรรอชีด  โพธิ์ดำ (แชร์ซิบ) เราะฮิมะฮุลเลาะห์ เป็นผู้นำละหมาดแทน และเมื่อตวนฮัจยีวาฮับเสียชีวิตลง สมาชิกในชุมชนได้หารือกันและมอบหมายให้ตวนฮัจยีอับดุรรอชีดทำหน้าที่เป็นอิหม่ามแทน แต่ตวนฮัจยีอับดุรรอชีดปฏิเสธ ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้อิหม่ามนุช  ซึ่งเดิมเป็นคนคลอง 13 ปทุมธานี เป็นอิหม่ามคนที่ 2 หลังจากอิหม่ามนุชได้ทำหน้าที่อิหม่ามอยู่ระยะหนึ่ง ได้ลาออกจากตำแหน่งอิหม่าม  และจากนั้นอิหม่ามสนั่น  ศักกาฟ ได้รับการคัดสรรให้เป็นอิหม่ามคนที่ 3 ซึ่งท่านได้ทำหน้าที่เป็นอิหม่ามอยู่ระยะเวลาสั้น ๆ ก็ได้ขอลาออก ต่อจากนั้นสัปปุรุษมัสยิดคอลิดีนก็ได้พร้อมใจกันมอบอะมานะฮฺการเป็นอิหม่ามให้กับครูอรุณ  นุชมี ซึ่งในขณะรับตำแหน่งนั้นท่านรับราชการเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงเรียนนาหลวง เป็นอิหม่ามคนที่ 4 ในช่วงการเป็นอิหม่ามของท่านได้ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้นเป็นอาคาร 2 ชั้น ในปีพุทธศักราช 2540  ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวฮัจยะฮฺซะอาดะห์ แม้นมินทร์ และฮัจยะห์ฮาลีมะห์  แม้นมินทร์ หลานสาวของตวนฮัจยีวาฮับ ได้บริจาคที่ดินให้มัสยิดเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 งาน 

เมื่ออิหม่ามอรุณ  นุชมี เสียชีวิตลงในปีพุทธศักราช 2554  นายอดิศักดิ์ (อับดุรร๊อซซ๊าก) นุชมี ซึ่งเป็นบุตรชายของอิหม่ามอรุณได้รับการคัดสรรจากสัปปุรุษให้ทำหน้าที่อิหม่าม ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 จนถึงปัจจุบัน



รายละเอียดอื่นๆ


ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนคอลิดีนั้ลอิสลามียะห์

(ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดคอลิดีน)

ในอดีตที่ผ่านมาได้มีการจัดการเรียนการสอนอัลกุรอานและศาสนาอิสลามมาตั้งแต่ก่อตั้งมัสยิดคอลิดีนหลังแรก โดยจัดการเรียนการสอนกันภายในอาคารมัสยิด มีอิหม่ามนุช หรือยูนุส ภูมิดำรง เป็นครูผู้สอน หลังจากนั้นก็มีฮัจยีอาลี เลี่ยมทอง ซึ่งเป็นบิหลั่นมัสยิดคอลิดีนเป็นผู้สอน

สัปปุรุษมัสยิดคอลิดีนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาอัลกุรอานและวิชาการด้านฟัรฎูอีนซึ่งเป็นพันธกิจที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้  ดังนั้นมัสยิดคอลิดีนจึงได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างโรงเรียนขึ้นหลังหนึ่ง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว พื้นยกสูง เมื่อปีพุทธศักราช 2517 หรือเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งชื่อโรงเรียนให้สอดคล้องกับมัสยิดว่า คอลิดีนั้ลอิสลามียะห์”  เพื่อจัดการเรียนการสอนให้แก่บุตรหลานทั้งภายในและภายนอกชุมชนมัสยิด  โดยได้รับการบริจาคไม้บางส่วนจากฮัจยีฮะห์ บุญมา และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในชุมชน 

โรงเรียนคอลิดีนั้ลอิสลามียะห์เปิดให้มีการเรียนการสอนตามหลักสูตรของสมาคมคุรุสัมพันธ์ โดยครูประยูร แสงวิมาน หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูสมหวัง” เป็นครูคนแรก หลังจากนั้นอิหม่ามอรุณ นุชมีและคณะกรรมการมัสยิดได้ขอจดทะเบียนโรงเรียนคอลิดีนั้ลอิสลามียะห์เป็นศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดคอลิดีน ในปีพุทธศักราช 2544 ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากทางราชการ

               40 กว่าปีที่ผ่านมา อาคารเรียนมีสภาพชำรุดทรุดโทรมจนยากต่อการซ่อมแซมและทำนุบำรุง ประกอบกับโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว คณะกรรมการมัสยิดคอลิดีนและสัปปุรุษ จึงเห็นพ้องต้องกันว่า ควรสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยได้ทำการวางศิลารากฐานเริ่มทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2550 และได้ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

               สำหรับผู้บริหารโรงเรียนคอลิดีนั้ลอิสลามียะห์จากในอดีตจนถึงปัจจุบันประกอบด้วย ครูประยูร (สมหวัง) แสงวิมาน อาจารย์อับดุลศอมัด บุญมา อาจารย์มานาฟ ดาราฉาย อาจารย์อดิศักดิ์  นุชมี และครูสมชาย(รอฟิก) โพธิ์ดำ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่คนปัจจุบัน  โดยปัจจุบันมีครูผู้สอน จำนวน 5 คน คือครูอารักษ์(ซอและห์) ซาและทิม ครูยะฮฺยา ชินายศ ครูวัรดะห์ โพธิ์ดำ ครูมุมีนะห์  โพธิ์ดำ มีนักเรียนทั้งชายและหญิงจำนวนประมาณ 150 คน โดยได้รับการอุดหนุนจากกรมการศาสนาปีละประมาณหนึ่งหมื่นหกพันบาท



คณะกรรมการอิสลามประจำ มัสยิดคอลิดีน


วาระการดำรงตำแหน่ง 

อิหม่าม
ประธานกรรมการ
ฝ่ายบริหาร
นายสมชาย  โพธิ์ดำ
คอเต็บ
รองประธานกรรมการ
ฝ่ายบริหาร
บิหลั่น
รองประธานกรรมการ
ฝ่ายบริหาร

ข้อมูลสัปปุรุษประจำ มัสยิดคอลิดีน


ปัจจุบันมีสัปปุรุษทั้งหมด 277 ครอบครัว  จำนวน 1,284 คน  ประกอบด้วย

  
สัปปุรุษทั้งหมดทุกช่วงอายุ
 - เพศชาย 606 คน
 - เพศหญิง 678 คน
 - รวม 1,284 คน
  
สัปปุรุษอายุต่ำกว่า 15 ปี
 - เพศชาย 45 คน
 - เพศหญิง 40 คน
 - รวม 85 คน
  
สัปปุรุษอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
 - เพศชาย 561 คน
 - เพศหญิง 638 คน
 - รวม 1,199 คน
  
สัปปุรุษอายุตั้งแต่ 15 - 59 ปี
 - เพศชาย 440 คน
 - เพศหญิง 473 คน
 - รวม 913 คน
  
สัปปุรุษอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
 - เพศชาย 121 คน
 - เพศหญิง 165 คน
 - รวม 286 คน

ข้อมูลติดต่อ มัสยิดคอลิดีน


โทรศัพท์ -
โทรสาร -
มือถือ 086-780-6041
อีเมล -
เว็บไซต์ -
Facebook https://www.facebook.com/kholideen/
Twitter -
Youtube -

ข้อมูล สถานที่แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว มัสยิดคอลิดีน

รูปภาพ มัสยิดคอลิดีน

แผนที่ มัสยิดคอลิดีน

Scroll To Top