วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 07:20 น.

มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)

มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)

ทะเบียนเลขที่ ธ.8 วันที่จดทะเบียน 9 สิงหาคม 2493
บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ -
หมู่บ้าน/ชุมชน - ซอย จรัญสนิทวงศ์ 86
ถนน จรัญสนิทวงศ์ แขวง บางอ้อ
เขต บางพลัด จังหวัด กรุงเทพมหานคร
รหัสไปรษณีย์ 10700 เขตรับผิดชอบ มัสยิดเขต 6

ประวัติความเป็นมาของ มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)


มัสยิดบางอ้อ

 

ที่ตั้ง 

เลขที่ 143 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 86 ถนนจรัญสนิทวงศ์  แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700

เลขหมายทะเบียน

ธ.8

วัน/เดือน/ปี ที่รับจดทะเบียน

9  สิงหาคม  2493

ผู้ขอจดทะเบียน

1.นายกริม  โยธาสมุทร

ตำแหน่งอิหม่าม

2.นายไมตรี บุณยศักดิ์

ตำแหน่งคอเต็บ

3.นายฝ่า    นิลพานิช

ตำแหน่งบิหลั่น

 

ประวัติความเป็นมา

ประวัติมัสยิด

             มัสยิดบางอ้อเป็นแขวงหนึ่งใน 4 แขวงของเขตบางพลัด ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของกรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรี    ทิศตะวันออกติดลำน้ำเจ้าพระยา ทิศเหนือและทิศตะวันตกจรดทางรถไฟสายใต้ และทิศใต้ติดแขวงบางพลัดตามแนวคลองบางพลัดแต่เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้นานาชนิด ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนมากตามริมแม่น้ำแต่ก่อนเป็นที่จอกแพซุงเป็นตลาดค้าไม้ซุง และเป็นที่อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นติดต่อกันไป เนื่องจากเป็นที่ลาดชายตลิ่ง จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้น้ำนานาชนิด เช่น ต้นอ้อ ต้นพง ต้นลำพู หญ้าคา มีลักษณะเป็นป่าหญ้าเป็นส่วนมาก ถิ่นนี้มีต้นอ้อมากที่สุด จึงเป็นเหตุให้แขวงนี้ชื่อว่าบางอ้อ ตามชื่อต้นอ้อ

            สมัยตอนต้นรัชการที่ 5 เริ่มมีประชาชนต่างถิ่นเข้ามาอยู่อาศัย และทำสวนในขณะที่ชาวมุสลิมก็เริ่มเข้ามาตั้งหลักแหล่งและทำการค้าขายตามริมแม่น้ำในเวลาเดียวกัน มุสลิมกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบางอ้อ จากทิศใต้และมีที่ดินเป็นของตนเอง ตระกูลต่างๆเหล่านี้ ได้แก่

            1. ตระกูลท่านหม่าน และท่านพ่วง สกุลสิทธิวณิชย์ โยธาสมุทร และมานะจิตต์

            2. สกุลซาลิมี สายท่านหมุด ปากคลองพระครูด้านเหนือ

            3. สกุลดำรงผล นายอาดำ และนางผล เป็นต้นสกุล

            4. สกุลซอลิฮี มีนายหม่านห้าง และท่านหยา กรีมี เป็นต้นสกุล

            5. สกุลมุขตารี หรือค้าสุวรรณ ท่านอิบรอฮีม-นี เป็นเจ้าของที่ดินและบ้าน

            6. สกุลท่านเปลี่ยน และท่านช่วง เป็นเจ้าของที่ดินและบ้าน

            7. สกุลซาลิมี สายท่านน้อยและท่านขลิบ เป็นต้นสกุลและเจ้าของที่ดินที่ใช้สร้างมัสยิดบางอ้อ

           8. สกุลวรพงษ์ ท่านจะ ตวนเล็ก เป็นต้นสกุล ปัจจุบันอพยพไปแล้ว

           9. สกุลอิสมาอีล มีท่านอีน เป็นต้นสกุล ปัจจุบันเป็นตระกูลกรีมี

          10. สกุลศุภพานิชย์ มีท่านแปลก และท่านหมัด (เนติ์) เป็นต้นตระกูล

ตระกูลที่เพิ่มเติมและขยายตระกูลที่เพิ่มเติมและขยายถิ่นออกไปทางเหนือ ได้แก่

1. สกุลมุขตารี ท่านหมิด และท่านพัน เป็นต้นสกุล อพยพมาจากคลองเตาอิฐด้านใต้

2. สกุลนิลพานิช ท่านหมัด ท่านส่า และท่านซุฟ เป็นต้นสกุล อพยพมาจากคลองบางรัก

3. สกุลยูซูฟ ท่านหมัด และท่านหยา เป็นต้นสกุลคลองเตาอิฐ

4. สกุลเพ็ชรทองคำ ท่านหมัด และท่านเซาะ ทิมเทศ สายท่านกุหลาบ (ญ) เป็นต้นสกุล

5. บูรณะวณิชย์ สายครูอีน จากสายท่านเปลี่ยน และท่านช่วง

ชาวบางอ้อมีประวัติความเป็นมาในอดีต

               ในสมัยอยุธยา ก่อนกรุงศรีอยุธยาถูกเผา พ.ศ. 2310 ชาวเมืองอยุธยาได้มีภัยสงคราม โดยการล่องแพมาทางใต้ แยกกันไปคนละทิศละทางทั้งทหารและพลเรือน จนกระทั่งพระเจ้าตากสินยกทัพเรือมาจากจันทบุรีขับพม่าออกไปจากกรุงศรีอยุธยาได้ และตั้งกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวงแทนกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองเป็นปกติสุขดังเดิม ชาวบ้านที่กระจัดกระจายกันอยู่ก็เข้ามารวมกันอยู่ ณ ศูนย์กลางแห่งนี้ เนื่องจากในคลองบางหลวงมีศูนย์กลางของมุสลิมอยู่แล้ว คือ มีชุมชน มีมัสยิด มีที่ฝังศพ (สุสาน) และอาคารอื่นๆ ที่ใช้ในกิจการศาสนา โดยมีหลวงนายศักดิ์เป็นหัวหน้าชุมชนและมีบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาจักรี (หมุด) เป็นคนแรกของกรุงธนบุรี ชุมชนนี้ประกอบด้วยข้าราชการ ทหาร พลเรือน มีที่มาต่างกัน โดยชาวจามและอาสาจามมาจากคลองประจาม เป็นมุสลิมสายซุนนี ส่วนชีอะห์ได้แก่ ลูกหลานของเชคอะหมัด ซึ่งรับราชการในกรมท่าขวา กลุ่มที่ 3 ได้แก่ สายสุลต่านสุไลมาน ซึ่งรับราชการในกองอาสาจามในนามบรรดาศักดิ์พระยาราชวังสัน ตำแหงจางวาง อาสา จามซ้าย-ขวา มุสลิมเหล่านี้นอกจากจะอาศัยอยู่ในคลองบางหลวงแล้วยังขยายมาจอดแพอยู่ในคลองบางกอกน้อยและปากคลองบางกอกน้อยด้านเหนือ ไปจนจรดวัดดาวดึงส์ อยู่ใกล้กับที่ทำงานคือวังหน้า ส่วนอาสาจามและครอบครัวนั้นก็อยู่ใกล้เครื่องมือของตน คือโรงเก็บเรือรบของพระเจ้าตากสิน เพื่อสะดวกและรวดเร็วเมื่อถูกใช้ในราชการ จะเห็นได้ว่าชาวบางอ้อมิได้สืบสายสกุลมาจากปัตตานี ตามที่เข้าใจกัน

            มุสลิมชาวบางอ้อ ตอนอยู่อยุธยามีอาชีพอะไรก็นำเอาอาชีพนั้นมาใช้ในกรุงเทพเช่นเดิม ได้แก่รับราชการ เดินเรือ ประมงน้ำจืด เครื่องมือจับสัตว์น้ำ ทำขนมขาย พอมาอยู่บางอ้อได้เกิดอาชีพใหม่เพิ่มขึ้นได้แก่ การค้าไม้ซุง เดินเรือกลไฟ ลากจูงและรับส่งคนโดยสาร ทุกบ้านจะมีแพซุงจอดอยู่หน้าบ้าน และมีเรือกลไฟลากจูงบ้านละลำสองลำไปจนถึง 10 ลำ ฐานะของชาวบางอ้อค่อนข้างดี เป็นที่รู้จักของชาวมุสลิมทั่วไป

            ชุมชนมุสลิมบางอ้อ ได้รวมกลุ่มครอบครัวได้ประมาณ 20-30 ครัวเรือน จึงได้จัดแพที่อยู่ให้เป็นที่ทำการของศาสนา ละหมาดตะรอเวียะห์ ในเดือนรอมดอน จัดงานเมาลิด และมีการเลี้ยงอาหารร่วมกันบนแพหลังนั้น เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนมากขึ้นจึงได้ขยับขยายสร้างสถานที่ใหม่บนพื้นดินเป็นอาคารไม้ทรงสี่เหลี่ยม ขนาดพอๆ กับแพ ประมาณระหว่าง พ.ศ. 2448-พ.ศ. 2458 ได้มีการดำริที่จะสร้างมัสยิดเป็นการถาวรแทนอาคารไม้ จึงได้สร้างอาคารไม้ทรงปั้นหยาขึ้นใหญ่กว่าเดิมใช้เป็นที่ละหมาด เรียนอัลกุรอาน สำเร็จเมื่อ ฮ.ศ. 1324 อีก 5-6 ปี เริ่มสร้างมัสยิดหลังปัจจุบันนี้สำเร็จในปี ฮ.ศ. 1339 รูปทรงมัสยิดเป็นแบบสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย ผสมผสานตามลักษณะลายปูนปั้นที่สร้างตามแบบยุโรปในสมัยนั้น โดยสังเกตจากแบบของโดมทั้งสองข้าง ยกพื้นสูงกว่าที่อยู่อาศัย พื้นชั้นบนเป็นท่อนซุงวางตามแนวตัวอาคาร พื้นใช้ดินและทรายถมบนแนวซุง ส่วนมิมบัรสร้างด้วยไม้สักสลักลวดลายสวยงามตามแบบสมัยนิยมในรัชการที่ 5

มัสยิดบางอ้อได้จดทะเบียนเป็นมัสยิด เมื่อ พ.ศ. 2493 เลขทะเบียน ธ. 8 โดยอิหม่ามเจริญ ซาลิมี ได้เลือกตั้งในต้นปี 2494

ผู้บริหารมัสยิดอดีต-ปัจจุบัน

ตำแหน่งอิหม่าม 

1. นายเจริญ พานิชเจริญศักดิ์

พ.ศ.   9 ส.ค. 2493 - ส.ค. 2507

2. นายกริม โยธาสมุทร

พ.ศ.   28 ส.ค. 2507 - ส.ค. 2531

3. นายซัน เรืองวงษ์

พ.ศ.   ส.ค. 2531 - ธ.ค. 2532

4. นายมณี ชื่นภักดี

พ.ศ.   19 พ.ค. 2533 - 16 เม.ย. 2543

5. นายหมัดอร่าม ทรงศิริ

พ.ศ.    13 ส.ค. 2543 - ปัจจุบัน

ตำแหน่งคอเต็บ

1. นายกริม โยธาสมุทร

พ.ศ.     9 ส.ค. 2493 - ส.ค. 2507

2. นายไมตรี บุณยศักดิ์

พ.ศ.     28 ส.ค. 2507 - 2543

3. นายทวีศักดิ์ มะเหม็ง

พ.ศ.     13 ส.ค. 2543 - ปัจจุบัน

ตำแหน่งบิหลั่น

1. นายฝ่า นิลพานิช

พ.ศ.     9 ส.ค. 2493 - 2521

2. นายกอเซ็ม เหมวิลัย

พ.ศ.     7 ม.ค. 2521 -21 พ.ย. 2549

3. นายอุทัย ไวถนอมสัตว์

พ.ศ.     11 ส.ค. 2550 - ปัจจุบัน

ตำแหน่งกรรมการ พ.ศ.2555

1. นายมนตรี มุขตารี

7. นายภิรมย์ ศุภพาณิชย์

2. นายชาญโยธา โยธาสมุทร

8. นายภานุวัตร ดำรงค์พล

3. นายอดุลย์ โยธาสมุทร

9. นายเรวัฒน์ ดำรงพล

4. นายศุภประเสริฐ พูนพาณิชย์

10. นายวิชัย วิหวา

5. นายศิริ บูรณวนิช

11. นายอนุสรณ์  ตานีพันธ์

6. นายการิม ยูซูฟี

12. นางอุไร มูฮำหมัด

ตำแหน่งกรรมการ พ.ศ.2550

1. นายอดุลย์ โยธาสมุทร

7. นายภานุวัตร ดำรงผล

2. นายหริ่ม ดำรงผล

8. นายการิม ยูซูฟี

3. นายศุภประเสริฐ พูนพาณิชย์

9. นายอดุลย์ สิทธิสงวน

4. นายมาโนช ระดิ่งหิน

10. นายอาดำ โอฐสร้อยสำอางค์

5. นายวิชัย วิหวา

11. นายสุพัตพงค์ บุญดี

6. นายศิริ บูรณวนิช

12. นายนพดล เรืองทองดี

   


คณะกรรมการอิสลามประจำ มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)


วาระการดำรงตำแหน่ง 

อิหม่าม
ประธานกรรมการ
ฝ่ายบริหาร
  
บิหลั่น
รองประธานกรรมการ
ฝ่ายบริหาร

ข้อมูลสัปปุรุษประจำ มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)


ปัจจุบันมีสัปปุรุษทั้งหมด 374 ครอบครัว  จำนวน 1,426 คน  ประกอบด้วย

  
สัปปุรุษทั้งหมดทุกช่วงอายุ
 - เพศชาย 669 คน
 - เพศหญิง 757 คน
 - รวม 1,426 คน
  
สัปปุรุษอายุต่ำกว่า 15 ปี
 - เพศชาย 58 คน
 - เพศหญิง 41 คน
 - รวม 99 คน
  
สัปปุรุษอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
 - เพศชาย 611 คน
 - เพศหญิง 716 คน
 - รวม 1,327 คน
  
สัปปุรุษอายุตั้งแต่ 15 - 59 ปี
 - เพศชาย 438 คน
 - เพศหญิง 465 คน
 - รวม 903 คน
  
สัปปุรุษอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
 - เพศชาย 173 คน
 - เพศหญิง 251 คน
 - รวม 424 คน

ข้อมูลติดต่อ มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)


โทรศัพท์ 0-2423-0480
โทรสาร 0-2433-3711
มือถือ 081-931-8677
อีเมล -
เว็บไซต์ http://www.masjidbang-aw.com
Facebook https://th-th.facebook.com/masjid.bangaw
Twitter -
Youtube -

รูปภาพ มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)

แผนที่ มัสยิดบางอ้อ  (มัสยิดอุบูดียะห์)

Scroll To Top